กำลังเปิดหนังสือ
ชาติก่อนทุ่มเททั้งชีวิตจนหนาวตายใต้สะพาน ชาตินี้ได้ย้อนกลับมาวัย 48 ปี แม่คนเดิมตายไปแล้ว ต่อแต่นี้มีเพียงแม่สายฟาดที่จะเอาพื้นรองเท้าตบสั่งสอนลูกทรพี!
ชาติก่อนฉันทุ่มเทเพื่อลูกทั้งห้าจนหมดสิ้น ลูกคนโตอยากไปนอก—ฉันหาเงินส่งเสีย ลูกสาวคนรองอยากได้งานมั่นคง—ฉันบากหน้าไปกราบกรานขอร้อง ลูกสาวคนที่สี่อยากสอบเข้ามหาลัย—ฉันทำงานงกๆ ตรากตรำทั้งวันทั้งคืน และลูกชายคนเล็กสุดที่รักจะแต่งงาน—ฉันถึงขั้นยอมขายบ้านซื้อเรือนหอให้เขา แล้วผลลัพธ์คืออะไรน่ะหรือ? ตอนฉันแก่ชราเป็นอัมพาต พวกมันกลับผลักไสไล่ส่งฉันออกมาราวกับขยะเปียก จนฉันต้องนอนหนาวตายอย่างอนาถใต้สะพาน!
ที่น่าตลกปนเวทนาที่สุดคือ คนเดียวที่ยอมกะเผลกขาลุยพายุหิมะมาตามหาและกอดศพฉันร้องไห้ กลับเป็น ‘เจ้าสาม’ ลูกชายขาพิการที่ฉันเคยมองข้ามและรังเกียจมาทั้งชีวิต ส่วนลูกรักคนอื่นๆ น่ะเหรอ? ป่านนี้คงกำลังแย่งเศษสมบัติชิ้นสุดท้ายของฉันกันอย่างเริงร่าละมั้ง!
แต่สวรรค์คงทนดูความโง่เขลาของฉันไม่ไหว ถึงได้ถีบฉันย้อนเวลากลับมาในวัยสี่สิบแปดปี! ลืมตาขึ้นมาอีกที สามีจอมซ้อมคนนั้นเพิ่งจะถูกฝังลงหลุมไปหมาดๆ กลิ่นธูปยังไม่ทันจางหาย เหล่าลูกกตัญญู(?)ทั้งหลายก็แท็กทีมกันเข้ามาขอแบ่งสมบัติ แย่งชิงตำแหน่งงานของพ่อเพื่อเอาไปขายแลกเงินกันน้ำลายสอ
คิดว่าแม่คนนี้จะยอมเป็นบันไดให้พวกแกเหยียบย่ำอีกรอบงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! ชาตินี้ฉันไม่ขอเป็นแม่พระแสนดีอีกต่อไป ใครหน้าด้านกล้าอ้าปากขอเงิน แม่จะเอาพื้นรองเท้าที่กำลังเย็บอยู่นี่แหละ ฟาดเรียงตัวให้กรามเบี้ยวกันไปข้าง!
สมบัติของบ้านนี้ อย่าหวังว่าหมาป่าตาขาวอย่างพวกแกจะได้ไปแม้แต่แดงเดียว ชาตินี้ฉันจะกอดเงินไว้ให้แน่น ประคบประหงมเจ้าสามให้ได้ดี และใช้ชีวิตอย่างสุขสบายจนอายุยืนถึงร้อยปีให้พวกแกอิจฉาจนอกแตกตายไปเลย คอยดู!