กำลังเปิดหนังสือ
คนจุดเทียน ผีเป่าตะเกียง วิญญาณกลับบ้านตอนเที่ยงคืน ศพลุกกลางงานศพ ของเก่าที่ฝังมาพันปี หลายปีที่ผมทำงานสัปเหร่อ ผมเจอเรื่องประหลาดมานับไม่ถ้วน คนเดินทางโลกมนุษย์ ผีเดินทางยมโลก แต่บางครั้ง บนทางยมโลก
“คนตายก็เหมือนตะเกียงดับ เชื่อวิทยาศาสตร์กันหน่อยเถอะ”
นั่นคือคำที่จวงอี้หมิงพูดกับเพื่อนทุกครั้งที่โดนถามเรื่องผี เขาเข้าวงการจัดงานศพตอนอายุยี่สิบหก สามปีต่อมาก็มีบริษัทของตัวเอง รับงานครบวงจรตั้งแต่ตั้งศพ ทำพิธีกงเต๊ก ไปจนถึงส่งเผา ศพที่เห็นมามีมากกว่าคนเป็นที่รู้จักเสียอีก
จนกระทั่งคืนหนึ่ง ระหว่างทำพิธีเปิดทางให้หญิงที่ล้มหัวฟาดพื้นตาย เทียนสิบเล่มที่แทนยมราชสิบตำหนักจุดยังไงก็ไม่ติด รูปผู้ตายล้มคว่ำลงเอง แล้วศพในโลงก็ขยับ หญิงคนนั้นยังไม่ตาย และสิ่งแรกที่เธอทำคือชี้หน้าสามีว่าเขาเป็นคนผลักเธอ
แต่เรื่องที่น่ากลัวกว่ามาในคืนเดียวกัน พ่อแม่ของหานอิ่ง หุ้นส่วนของเขาโทรมาบอกว่าลูกสาวตายแล้ว ตำรวจยืนยันว่าเธอถูกฆ่ามาห้าวัน ทั้งที่ครึ่งชั่วโมงก่อน เธอยังยืนทำพิธีอยู่ข้างเขา และกลางดึกคืนนั้น โทรศัพท์ของจวงอี้หมิงก็ดังขึ้น ปลายสายคือหานอิ่ง ที่ขอให้เขาช่วย
ตั้งแต่วันนั้น งานของบริษัทจัดงานศพเล็ก ๆ แห่งนี้ก็ไม่ได้มีแค่การส่งคนตาย ลูกสาวเศรษฐีที่ซ่อนศพทารกไว้ในบ้านกระดาษ เลขาฯ ที่ดิ่งตึกแล้ววิญญาณกลับเข้าร่าง โรงแรมที่ผู้เข้าพักไม่ใช่คนทุกคน เสื้อต้องสาปที่ถูกส่งต่อจากผู้ตายคนหนึ่งไปยังอีกคน และตึกร้างที่พญาผีครอบครองอยู่ แต่ละคดีมีทั้งผีที่ต้องปราบ และผีที่ต้องช่วยให้ไปสู่สุคติ บางครั้งสิ่งที่โหดร้ายที่สุดก็ไม่ใช่ผี แต่เป็นคนเป็นที่ยืนอยู่ข้างโลง
ยิ่งลึกเข้าไป จวงอี้หมิงก็ยิ่งพบว่าคดีผีเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองทั้งหมด เบื้องหลังมีฟังเจวี๋ยหมิง ชายลึกลับที่เรียกเขาว่า “ศิษย์น้อง” และฆ่าคนด้วยคำสาปได้โดยไม่ต้องแตะตัว มีกิลด์ที่ซ่อนอยู่หลังธุรกิจถูกกฎหมาย และทุกเส้นทางก็วนกลับไปที่ตระกูลหลี่ ครอบครัวที่แท้จริงของเขา กับความลับที่พ่อเก็บงำมาทั้งชีวิต เมื่อถึงวันที่ต้องเลือกระหว่างความจริงกับครอบครัว คนที่ส่งคนตายมานับไม่ถ้วนอย่างเขา จะส่งใครไปเป็นคนสุดท้าย
คนเดินทางโลกมนุษย์ ผีเดินทางยมโลก แต่ในหลายปีที่ผมทำงานศพ ผมได้เรียนรู้ว่า บนทางยมโลกไม่ได้มีแต่ผี และบนทางโลกมนุษย์ ก็ไม่ได้มีแต่คน…