กำลังเปิดหนังสือ
ชาติก่อนเขาคือเศษสวะที่ปล่อยให้ภรรยาหนาวตายพร้อมลูกในท้อง ชาตินี้ได้โอกาสกลับมาแก้ตัว กู้อันสาบานจะขยันหาเงิน ถนอมดวงใจ และเสิร์ฟของอร่อยให้ภรรยาทุกมื้อจนกลายเป็นมหาเศรษฐี!
ถ้ามีรางวัล 'สามีชาติหมาแห่งปี' ผมคงคว้าเหรียญทองมานอนกอด ชาติก่อนผมเป็นไอ้กุ๊ยอันธพาลประจำหมู่บ้าน วันๆ เอาแต่เสเพล ซ้อมภรรยา บังคับให้เธอไปไถเงินบ้านเดิม จนสุดท้ายในคืนที่พายุหิมะโหมกระหน่ำ เสิ่นเช่อต้องทนความระยำของผมไม่ไหว หนีเตลิดไปหนาวตายในหุบเขา... แถมตอนฝังศพถึงเพิ่งรู้ว่าเธออุ้มท้องลูกของผมอยู่ด้วย! ความทรมานนั้นกรีดหัวใจผมไปตลอดทั้งชีวิต แม้บั้นปลายจะกลายเป็นมหาเศรษฐีรวยล้นฟ้า แต่วันตายกลับนอนโดดเดี่ยวไร้ใครเหลียวแลในโรงพยาบาล
แต่สวรรค์ดันเล่นตลกหรือเวทนาไม่ทราบ ส่งผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีในวันที่ 5 พฤศจิกายน 1980! บนเตียงเตาผุพัง ในกระท่อมดินซอมซ่อ และที่สำคัญ... เสิ่นเช่อภรรยาผู้น่าสงสารของผมยังมีชีวิตอยู่! ร่างกายผอมแห้งจนแก้มตอบ เสื้อนวมมีแต่รอยปะชุน แค่ผมขยับตัวเธอก็ตัวสั่นงกๆ ด้วยความหวาดผวา นึกว่าผมจะลุกขึ้นมาซ้อมเธอเหมือนทุกที
ถามว่าผมจะทำยังไงต่อไป? แก้ตัวด้วยคำพูดหวานเลี่ยนงั้นเหรอ? พักก่อนเถอะ ใครเขาจะไปเชื่อลมปากไอ้กุ๊ยกันล่ะ! สิ่งเดียวที่คนอย่างผมต้องทำตอนนี้คือ 'การกระทำ' เท่านั้น ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงและบ้านแทบไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ สิ่งแรกที่จะกู้ศรัทธากลับคืนมาได้คือต้องทำให้ท้องของภรรยาและลูกไม่อดอยาก!
อากาศหนาวเหน็บติดลบแล้วไง? ผมคว้าจอบกับตาข่ายวิ่งฝ่าลมหนาวไปเจาะน้ำแข็งแม่น้ำ ลุยจับปลาตัวอวบอ้วน กุ้งแม่น้ำตัวเป้ง กลับมาต้มซุปปลาแดงร้อนๆ กรุ่นกลิ่นเครื่องเทศ โปะด้วยแป้งข้าวโพดย่างหอมฟุ้ง หวังจะยกไปประเคนให้ภรรยากินให้อิ่มหนำสำราญเป็นมื้อแรก
แต่พอผมถือหม้อซุปร้อนๆ ควันฉุยเดินเข้าไปในห้องนอน เสิ่นเช่อกลับหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทายิ่งกว่าเห็นผี สายตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดระแวงสุดขีด... เดี๋ยวนะ เมียจ๋า นี่ซุปปลา ไม่ใช่ยาพิษ! เธอคิดว่าสามีคนนี้จะมาไม้ไหนอีกล่ะเนี่ย?!